ทุกท่านคงทราบดีอยู่ว่าที่ประเทศไทยของเราจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับการแยกขยะซักเท่าไร ดิฉันเองก็เป็นหนึงในนั้น จนกระทั่งได้ลองมาอยู่ต่างประเทศ ที่หอต้องทำ พอกลับประเทศไทยมาเลยคิดว่า "แยกขยะให้ประเทศอื่น แล้วจะไม่ทำให้ประเทศของตัวเองหรอ?" 

วันรุ่งขึ้นเลยไปที่ห้างแห่งหนึ่ง ตอนแรกดิฉันจะไปซื้อถุงต่างสีสันแล้วเอามาเขียนแยกขนิดของขยะ แต่เหลือบไปเห็น "recycle bag" ค่ะ ถุงที่เขียนบ่งบอกชนิดของขยะ ด้านหลังเขียนไว้ว่า ได้รับการอนุมัดจากรัฐบาล

พอกลับมาที่บ้านก็ได้ทำการแยกขยะแล้วเอาไปวางไว้ข้างถังขยะหน้าบ้าน พอดีตอนนั้นรถขยะมาพอดีเลยยืนดูอยู่แปปนึง ปรากฎว่ามันโยนขยะที่เราแยกไว้ รวมกันหมดเลย!!  - -" เหอๆ 

อึ้งการไปพักนึง  หลังจากทำใจได้เลยเดินกลับเข้าบ้านเพื่อไปดู ที่ถุงซองของrecyccle bag แล้วลองแกะสติกเกอร์ภาษาไทยออก(สินค้านำเข้าจะมีติกเกอร์บรรยายภาษาไทยแปะทับภาษาอังกฤษ มันเขียนไว้ว่า in EU

ขำขี้หูขี้ตาไหลค่ะ เพิ่งจะรู้ว่าเมื่ออนเทียงดิฉันเพิ่งไปห้างในยูโรปมา  บ่งบอกให้รู้ว่า ห้าง เป็นที่ๆพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง recycle bag อยากจะขำให้ตาย

ความจริงพอรู้อยู่หรอกค่ะว่า เค้าทิ้งขยะกันมั่ว แต่พอได้อ่านบทความบทความหนึ่งก็เลย อยากจะลองทำอะไรซักอย่าง

 

ชีวิตเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในที่ทิ้งขยะ

ข้อความจากบรรณาธิการ: แดน ริเวอร์ส นักข่าวประจำซีเอ็นเอ็น กรุงเทพ  ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงเกี่ยวกับเด็กชายที่เขาพบในประเทศไทย

เด็กน้อยไม่รู้ว่าอายุแน่นอนของตนเอง แต่คิดว่าตนเองมี 7 ขวบแล้ว ชื่อของเขาคือ ขิ่น ซอ ลิน (Khin Zaw Lin) ได้อาศัยอยู่ในกองขยะมาตลอดทั้งชีวิต

ผมพบลินขณะที่เขากำลังเดินอยู่บนกองขยะที่เน่าเปื่อยเต็มไปด้วยเศษอาหารที่กำลังเน่า ถุงขยะ และเศษขยะในที่ทิ้งขยะของอำเภอแม่สอด ที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ลินไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มานานแล้ว ที่อยู่อาศัยของเขาเป็นเพิงสร้างขึ้นจากถุง เสื้อผ้า และไม้ที่เก็บมา


ลินเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยจำนวน 300 คนที่อยู่ในที่ทิ้งขยะ พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยขยะของคนอื่น หลายคนเป็นเด็ก บางคนเป็นแม่ลูกติด

ชีวิตประจำวันของพวกเขาดำเนินไปคล้ายกัน พวกเขาจะเดินอยู่ในบริเวณที่ทิ้งขยะ เพื่อรอคอยการมาถึงของรถขนขยะคันต่อไป และหวังว่าในกองขยะนั้นจะมีเศษอาหารเหลือพอให้พวกเขากินประทังชีวิตไปวันหนึ่ง

ลินเขี่ยกองขยะด้วยมีดด้ามใหญ่ เขากล่าวว่าขวดและพลาสติกที่เขาเก็บขายได้ 3 เซนต์ต่อหนึ่งกระสอบ ลินให้ผมดูเท้าของเขาที่สกปรกและมีบาดแผลอยู่ทั่ว

เขาพูดกับผมผ่านล่ามว่าเขาไม่มีเงินพอซื้อรองเท้า ในขณะที่เขากำลังย่ำเท้าที่เปล่าเปลือยลงบนกองขยะเน่าเปื่อยนั้น 

ผู้ช่วยของผมแจ้งให้ผมทราบเกี่ยวกับที่อยู่ของลินในขณะที่เขากำลังหาข้อมูลเรื่องอื่นในพื้นที่ชายแดนในฝั่งประเทศพม่า ในตอนแรก ผมแทบจะไม่อยากเชื่อ แต่ก็ยังมีความสงสัยใคร่รู้ จึงได้ชักชวนให้ทีมตากล้องขับรถเกือบ 6 ชั่วโมงจากกรุงเทพมาที่นี่

เมื่อเราถึงที่ทิ้งขยะ คนที่นั่นกลัวเรา เราได้รับการบอกเล่าว่ามีเด็กมากมายที่อาศัยอยู่ในที่ทิ้งขยะเป็นเด็กกำพร้า แต่พวกเขาระมัดระวังตัวมาก พวกเขาคิดว่าเรามาที่นั่นเพื่อเอาเด็กกำพร้าไป หรือมาขูดรีดเอาสินบน

ผมบอกพวกเขาว่าผมต้องการช่วย ท้ายที่สุดผมถูกแนะให้ไปเจอลิน เขาทักทายผมด้วยเสียงที่เบาและแหบห้าว แต่เมื่อกลับไปดึงขวดออกจากกองภูเขาขยะ เขาใช้พลังงานและความตั้งใจทั้งหมดไปกับมัน


บริษัทรีไซเคิลขยะจ้างลินและครอบครัวของเขาด้วยรูปแบบที่ใกล้เคียงกับการจ้างที่มั่นคง บริษัทจะรับซื้อขวดและพลาสติกที่ลินและคนอื่นๆเก็บรวบรวมมา

ลินจะเอาเงินที่ได้มาให้แม่เลี้ยง เธอกล่าวกับผมว่าแม่แท้ๆของลินยกลินให้เธอตอนที่อยู่ในประเทศพม่า ตั้งแต่ลินยังแบเบาะ เพราะเธอไม่สามารถดูแลลินได้

ชีวิตภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารพม่านั้นโหดร้าย เศรษฐกิจของประเทศพังพินาศ และการทรมานและการข่มขืนภายใต้ระบอบทหารเกิดขึ้นทุกวัน แม่ใหม่ของลินตัดสินใจจะหนีไปประเทศไทยเพื่อหาชีวิตใหม่ อย่างไรก็ตาม เธอมาเจอที่ทิ้งขยะแทน

กระนั้น เธอกล่าวว่า ที่จริงแล้ว ชีวิตใหม่ของเธอที่ดำรงอยู่ด้วยการเก็บขยะและหาอาหารจากกองขยะนั้นยังดีกว่าชีวิตที่ผ่านมา

เมื่อผมได้ฟังเรื่องราวชีวิตของลิน มีคำถามหนึ่งที่วนเวียนอยู่ในใจของฉัน คำถามนั้นก็คือ เด็กอายุ 7 ปีคนหนึ่งจะสามารถใช้ชีวิตตลอกทั้งชีวิตของเขาอยู่บนกองขยะได้อย่างไร?

 บางที มันเป็นเพราะว่าลินเป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตน เนื่องจากเขาไม่มีพาสปอร์ตหรือเอกสารใดๆ เขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ลี้ภัยจากประเทศพม่าที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นทางการ



 องค์การสหประชาชาติก่อตั้งค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทยสำหรับผู้ที่ลี้ภัยมาจากประเทศพม่า แต่ค่ายเหล่านี้จะรับเฉพาะเหยื่อการประหัตประหารด้วยสาเหตุทางการเมือง ผู้ลี้ภัยมากมายที่ไม่ได้ลี้ภัยมาจากความขัดแย้งทางการเมือง จึงกลัวว่าถ้าพวกเขาเข้าไปในค่าย พวกเขาจะถูกจัดว่าเป็นแรงงานอพยพและถูกส่งกลับ

 ผลที่ตามมาคือ ผู้ลี้ภัยเหล่านี้จึงต้องติดอยู่ในที่ทิ้งขยะ ไม่มีเงินที่จะไปที่อื่นๆ และไม่มีโอกาสที่จะกลับไปบ้าน

ผมเคยคิดว่าตนเองคุ้นเคยกับความยากจนข้นแค้นต่างๆ อย่างที่ได้เคยพบมาในหลายแห่งของเอเชีย ผมเคยเห็นใจเมื่อพบเด็กกลุ่มอื่นๆที่ถูกปฏิเสธซึ่งความหวังและความใฝ่ฝันที่บรรเจิด แต่เรื่องของลินทำให้ผมโกรธ ผมรู้สึกเหมือนว่าตนเองไม่สามารถแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับความรู้สึกส่วนตัวได้เลยในเรื่องนี้

เมื่อเวลาพูดคุยระหว่างผมกับลินใกล้จะสิ้นสุด ผมถามแม่เลี้ยงของลินว่า เธอและลินจะสามารถออกไปจากภูเขาขยะนี้ได้รึไม่

คำตอบของเธอนั้นช่างยากลำบากเหมือนโลกที่เธอและลินอาศัยอยู่

“ไม่มีวัน”

 

การแยกขยะไม่ได้แค่ช่วยประเทศ แต่ยังช่วยเด็กๆอีกกว่าสองร้อยคน ให้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น